PGSLOT

Binance

binance

Binance คืออะไร

Binance เป็นหนึ่งเดียว ที่ใช้แลกเปลี่ยน Crypto มีผู้ก่อตั้งขึ้นโดย Changpeng Zhao. ในปัจจุบัน binance คือ การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล เว็บเทรดเงินดิจิทัล ที่ใหญ่ที่สุดลำดับต้น ๆ ของโลก หากมองในแง่ของปริมาณการซื้อขาย ที่มีคู่การซื้อขายมากกว่า 900 คู่ มีทั้งนักลงทุนและเจ้าของ Project ต้องการให้มีลิสเหรียญบน Exchange นี้มากที่สุด

Utility หรือการใช้งานของเหรียญ BNB ในปัจจุบัน

  • ได้มีการนำมาลด fee หรือค่าธรรมเนียมในเวลาที่ใช้ในการเทรด
  • ได้มีการนำกำไรของบริษัท มาซื้อเหรียญ BNB กลับในตลาด และ Burn หรือเผาเหรียญทิ้งออกจากระบบ (ทำให้เหรียญเหลือน้อยลง ซึ่งถ้าหากว่า Supply ลดน้อยลงแต่ Demand ยังเท่าเดิม ราคาก็จะสูงขึ้น)
  • การใช้ BNB เป็นสกุลเงินในการลง ICO
  • การใช้ BNB เป็นคู่เทรดกับเหรียญต่าง ๆ

Market cap ของ BNB นั้นจะอยู่ที่ $900m และได้ครองอันดับที่ 12 ของตลาดคริปโต

อะไรที่ทำให้ binance น่าสนใจ

หากว่ามองดูเผิน ๆ แล้ว มันก็อาจจะไม่ได้แตกต่างกับเหรียญ Exchange ทั่วไป แต่สิ่งที่ทำให้ BNB นั้นต่างกับเหรียญ Exchange อื่นอย่างสิ้นเชิง ก็คือ Vision หรือวิสัยทัศน์ของ CEObinance หรือ Changpeng Zhao (CZ) นั่นเอง 

ถ้าหากว่าเรามองย้อนกลับไปในปี 2016, 2017 และ 2018 เราจะเห็นได้ว่า การแย่งชิงความเป็น Exchange อันดับ 1

  • ทั้ง Poloniex ที่ลิสเหรียญช้า จนโดน Bittrex แซง
  • ช่วงที่ Exchange เกาหลีแซงทุกคนบนโลก
  • binance เทรด กับการลิสเหรียญจีนดึงผู้ใช้
  • การเปิดตัวของ Exchange สาย trade mining

และในท้ายที่สุดแล้ว คนที่พัฒนาไม่ทันเพื่อน ก็จะโดนกลืนไปนั่นเอง อย่างที่เราสามารถมองเห็นในตอนนี้ นับตั้งแต่ binanceได้ครอบครองเป็นอันดับ 1 มาเกินปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใคร ที่มีแววจะสามารถโค่นมันได้เลย นั่นเป็นเพราะว่า การผลักดันธุรกิจของbinanceให้อยู่เหนือคนอื่น ๆ อยู่เสมอนั่นเอง ตัวอย่างเช่น

1. binance Launchpad กับการเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ ICO

binanceLaunchpad หรือการขายเหรียญ ICO บน Exchange กับการเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ ICO ที่จะขายเหรียญที่น่าเชื่อถือและคนชื้นใจได้เลย ว่าลิสบนbinance อย่างแน่นอน ซึ่งช่วงหลัง ความเสี่ยงและข้อกังวลอันดับต้นๆเลยของการลงทุนใน ICO คือการที่เหรียญไม่ได้ลิสบน Exchange ดีๆ ซึ่งบางคนคิดว่าเหรียญนั้นจะหมดอนาคตเลยทีเดียว

2. Decentralized Exchange (DEX)

เป็นอันดับ 1 ของ Centralized Exchange มันไม่พอbinance คิดกินรวบถึง Decentralized Exchange (DEX) อีกด้วย พูดง่ายๆก็คือ ถ้า DEX จะมากินตลาด Exchange ทั่วไปbinance ก็เรียกได้ว่า “ฆ่าตัวเองก่อนที่จะโดน DEX ของคู่แข่งฆ่า”   ตามข่าว DEX จะออกใน Q1-Q2 2019

3. binance chain

ใครว่า binance จะหยุดแค่การทำ Exchange ในเมื่อเค้าต้องสร้าง DEX แล้วยังไม่มี Blockchain ไหนที่ตอบโจทย์เค้า เค้าก็ถือโอกาสสร้างเองซะเลย   ซึ่งแน่นอนว่า DEX ของbinance จะอยู่บน binance chain ของตัวเอง สิ่งนี้ทำให้นักพัฒนาสามารถเลือกใช้binance chain สร้างเหรียญแทน ETH ERC-20 ได้ โดยเฉพาะโปรเจคที่จะมี chain ของตัวเองอยู่แล้วในอนาคต ก็สามารถออกเหรียญชั่วความบนbinance chain ไปก่อนได้ (ออกเหรียญบนbinance chain = ได้ลิสบนbinance DEX ได้ด้วยแน่นอน)  

สิ่งเหล่านี้มีผลกับมูลค่า BNB อย่างไร

  • BNB จะมาแย่งตลาด ICO จาก ETH

มีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากเมื่อก่อน โปรเจคส่วนมากเลือกใช้ ETH ไว้สร้างเหรียญของตัวเองใน standard ERC-20 ก็เพราะว่ามันง่าย เวปเทรดใหญ่ๆรองรับ ERC-20 และอย่างแย่ที่สุดมันก็มี Decentralized Exchange ของ ETH ให้ใช้ 

แต่มาตอนนี้ เราเห็นถึง SCAM และ ICO ไร้คุณภาพมากมายในตลาด ทำให้ ICO ในอนาคตมีโอกาสสูงที่จะตกมาที่ Exchange ใหญ่ๆที่คนให้ความเชื่อถืออย่างbinance เนื่องจากคนเชื่อว่าbinance คัดกรองเฉพาะ ICO ที่ดีมากระดับหนึ่งแล้ว

อีกทั้งbinance ยังมี Blockchain ของตัวเองที่เชิญชวนให้คนมาสร้างเหรียญบนนั้น ถ้าเป็นแบบนั้นจริง การที่โปรเจคในอนาคตเลือกใช้binance chain ในการสร้างเหรียญจะส่งผลให้ตัวเหรียญ BNB มี Utility และการใช้งานมากขึ้น  

ในขณะเดียวกัน ICO ที่ออกบนbinanceถูกบังคับให้ใช้ BNB ในการลงทุน ซึ่งคอยน์แมนเชื่อว่าในระยะยาว ICO เหล่านี้จะรับแค่ BNB เท่านั้น จะไม่รับ BTC หรือ ETH เหมือนเมื่อก่อน  ดังนั้นเราจะได้เห็นเหตุการณ์ที่คล้ายกับช่วง ICO กำลังฮอตในปี 2017 แล้วราคา ETH ขึ้นสูงมาก เนื่องจาก:

  • การที่นักลงทุนซื้อ BNB เก็บไว้เพื่อลง ICO
  • โปรเจครับเงินไปแล้วเก็บส่วนหนึ่งเป็น BNB ก็จะทำให้แรงขายลดลง

BNB กลายเป็นคู่เทรดที่ทุกคนคุ้นเคย

หลายคนอาจเห็นแล้วว่าทางbinance สมัคร นั้นเริ่มผลักดันให้คนใช้ BNB เป็นคู่เทรด แต่ถ้าเรามองตามความเป็นจริง เราไม่ค่อยคุ้นเคยกับคู่เทรดนี้เมื่อเทียบกับ BTC ETH หรือ USDT และที่สำคัญก็คือ มันไม่มีเหตุผลที่เราจะใช้คู่เทรดนี้เท่าไหร่  

ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกับ ETH มาก่อน แต่ ETH ก็มาเป็นหนึ่งในคู่เทรดหลักได้ เนื่องจาก ICO นั่นเอง ตัวอย่างเช่น ในสมัยก่อน เราใช้ ETH ลง ICO พอมันเปิดเทรด มันก็จะมีคู่เทรด ETH ใช่ไหมครับ ดังนั้นเราก็คำนวณกำไรในหน่วย ETH ว่าถ้าขายตอนนี้ เราได้ ETH เพิ่มหรือลดลงจากที่ลง ICO ไป  

แต่สิ่งเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนไป เนื่องจากคนลง ICO บนbinance ต้องใช้ BNB ลง หมายความว่าคนจะเริ่มเคยชินกับการคำนวณกำไรในหน่วย BNB  หมายความว่า หลังจากเราลง ICO ด้วย BNB  ทางbinanceต้องมีคู่เทรด BNB แน่นอน ดังนั้นผมก็สามารถคำนวณกำไรหรือขาดทุนได้ง่ายๆโดยเทียบจำนวน BNB เหมือนกับเมื่อก่อนที่คนเทียบจำนวน ETH จากการลง ICO นั่นเอง  

ยังไม่พอ ตัวbinanceเองก็จะมี Decentralized Exchange ที่อยู่บน Blockchain ของตัวเองอีกด้วย แปลว่าคู่เทรดหลักจะไม่ใช่สิ่งอื่นใดนอก BNB นั่นเอง   ผลก็คือคนจะเริ่มเคยชินกับการเทรดคู่ BNB แต่การเป็นเหรียญ pair หลักนี้ไม่ง่ายครับ อย่างน้อยๆมันต้องเป็นเหรียญที่

  • มีความน่าเชื่อถือ
  • มีมูลค่าตลาดหรือ Market cap สูง
  • มีการเหวี่ยงของราคาลดลง

ซึ่งในตอนนี้ BNB ก็เรียกได้ว่ามีครบทุกอย่างแล้ว ดังนั้นในอนาคต คอยน์แมนเชื่อว่าจะมีคนจำนวนมากกล้าใช้ BNB เป็นคู่เทรด โดยคิดว่าเค้าเทรดเพื่อเพิ่มจำนวน BNB เสมือนที่เค้าเทรดเพื่อที่จะเพิ่ม BTC เพิ่ม ETH หรือเพิ่มเงินบาทในพอร์ตแน่นอนครับ  

BNB ครอบจักรวาล

อันนี้จะเป็นส่วนการคาดเดาล้วนๆ แต่binanceไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่นอน เราจะได้เห็น Utility ใหม่ๆที่binanceจะมีให้ BNB ในอนาคตอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้โดยตรงในระบบbinancechain บน DEX บน Exchange ปกติของมัน หรือแม้แต่เอาไปใช้จ่ายนอกระบบในชีวิตประจำวันของเรา ปล่อยกู้ ไว้ค้ำประกัน และอื่นๆอีกมากมาย   ยิ่งมี Utility มาก มูลค่าของมันก็มีสิทธิเพิ่มขึ้นตาม

สรุป

การเป็น Exchange อันดับ 1 อย่าง binanceเป็นข้อได้เปรียบที่คนอื่นสู้ได้ยาก ไม่พอbinanceยังเป็นบริษัทที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับเหรียญ BNB ของตนเองอย่างมาก เรียกได้ว่าออกแบบมาได้ดีจริงๆ เพราะฉะนั้น คอยน์แมนไม่แปลกใจเลยครับ ถ้า BNB จะเป็นหนึ่งในเหรียญ Utility ที่ประสบความสำเร็จที่สุด และจะเป็นตัวอย่างของที่ดีของการใช้เหรียญสร้างมูลค่าเพิ่มให้อาณาจักรตัวเองครับ

ซุปเปอร์สล็อต

บทความที่น่าสนใจ :