PGSLOT

test speed

test speed

test speed คือ การทดสอบความเร็วในการเชื่อมต่อ ของอินเทอร์เน็ตของคุณ ซึ่งช่วยให้ทราบประสิทธิภาพ โดยจะวัดออกมา เป็นค่าความเร็วในการ อัพโหลด , ดาวน์โหลด, และรวมทั้งค่า Ping ที่จะดูจากหลักการ ของความเร็วในการรับ – ส่งไฟล์เป็นหลัก เพื่อที่เราจะได้พิจารณาว่า เหมาะกับการใช้งานของเราหรือไม่ และวิธีการในการอ่านค่า ผลของการทำ test speed สามารทำได้ดังนี้

ดาวน์โหลด, อัพโหลด คือ ค่าที่แสดงให้เห็นถึง ความเร็วในการรับ – ส่งไฟล์ มีหน่วยเป็น Mbps (Mega bit per sec) โดยหากมีค่ายิ่งมากยิ่งดี เพราะแสดงให้เห็นว่า ในหนึ่งวินาที เราสามารถรับ – ส่งไฟล์ที่มีขนาดมากๆ ได้นั่นเอง

ค่า Ping คือ ค่าเวลาซึ่งได้ใช้ในการ จัดส่งข้อมูล จากครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ ไปยัง Server และรวมเวลาที่ตอบกลับมา ถ้าค่านี้มีน้อยก็จะยิ่งดี เนื่องจากแสดงให้เห็นว่า Server ส่งข้อมูล กลับมาหาคุณได้เร็วแค่ไหน ยิ่งใช้เวลาน้อยมาก ในการติดต่อสื่อสารกัน ในแต่ละครั้ง ก็ยิ่งว่าเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของคุณ มีประสิทธิภาพมากเท่านั้น โดยมีหน่วยเป็น ms หรือ milli-second พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการทดสอบ ส่งข้อมูลเพื่อส่งไปยัง Host หรือ Server ณ ปลายทาง แล้วตีกลับมายัง เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ เหมือนการตีลูก Ping pong ที่เด้งกระดอนไปมา เท่ากับว่ายิ่งใช้เวลาน้อยยิ่งดี ค่า Ping นี้สามารถเห็นผล ได้อย่างชัดเจน ในการเล่นเกมส์ออนไลน์ ถ้าค่า Ping เยอะ เกมก็จะเกิดการ กระตุกเยอะมาก

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเร็ว ในการ test speed

1.ประสิทธิภาพ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ (CPU, RAM,OS และ Disk I/O)

2. เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานหนักแค่ไหน

3. ชนิดของบราว์เซอร์ที่ใช้ (Firefox, IE, Safari, Google Chrome)

4. ลักษณะการเชื่อมต่อ ของคอมพิวเตอร์ (modem, ADSL, Wifi, LAN)

5. test speed เช็คความเร็วเน็ต เป็นบริการตรวจวัดความเร็วอินเตอร์เน็ตของเรา กับ Website ที่ให้ทดสอบว่ามี ความสามารถรับส่งข้อมูล 

6. (Download / Upload) เป็นอย่างไร แล้วนำมาเปรียบเทียบ กับบริการอินเตอร์เน็ตที่เราใช้อยู่ ณ ขณะนั้น โดยจะมีค่าที่กล่าวถึงคือ

-Download คือ ค่าความเร็วในการ รับข้อมูล จากเว็บไซต์ที่ทดสอบ มายังที่เครื่องเรา (ค่ายิ่งมากยิ่งดี)

-Upload คือ ค่าความเร็วในการ ส่งข้อมูล จากเครื่องของเรา ไปยังเว็บไซต์ที่ทดสอบ (ค่ายิ่งมากยิ่งดี)

-Ping เป็นค่าแสดงความเร็ว ในการตอบสนอง ระหว่างเครื่องของเรา กับเว็บไซต์ที่ทดสอบ (ค่ายิ่งน้อยยิ่งดี)

ข้อควรปฏิบัติในการวัดความเร็วเน็ต test speed

การวัดความเร็วเน็ตควร Test ไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง เพื่อเช็คความเสถียร ของความเร็วอินเตอร์เน็ต ได้แน่นอนยิ่งขึ้น

8 Bit = 1 ตัวอักษร (1 Byte)  

1,024 Byte เท่ากับ 1 Kilobyte (KB.)  

1,048,576 Byte เท่ากับ 1 Megabyte (MB.)  

1,073,741,824 Byte เท่ากับ 1 Gigabyte (GB.)  

1,099,511,627,776 Byte เท่ากับ 1 Tera byte (TB.)  

Kbps. ย่อมาจาก kilobits per second ตัว B ต้องเป็นตัวเล็กเท่านั้น  

KBps. ย่อมาจาก kilobytes per second ตัว B ต้องเป็นตัวใหญ่เท่านั้น

3 วิธีเพิ่มความเร็วเน็ตให้มากกว่าเดิม

อินเทอร์เน็ต ถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีส่วนในการดำเนินชีวิต ของผู้คนในยุคสมัยนี้  เพราะอินเทอร์เน็ต เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือ ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน เข้าถึงสิ่งที่พวกเขาต้องการ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร ความรู้ หรือสื่อความบันเทิง ที่หลากหลาย เมื่อลองสังเกตดูดีๆ ผู้ใช้งานอาจพบว่า ทำไมในบางครั้ง เมื่อเราเช็คความเร็วเน็ต พบว่าอินเทอร์เน็ตที่เราใช้งานกันอยู่ เป็นประจำนั้นเดี๋ยวเร็ว เดี๋ยวช้า บ้างก็ไม่สามารถเชื่อมต่อ เพื่อใช้งานได้ หากว่าเป็นของความเร็วในการใช้งาน เราอาจไม่ต้องเดือดร้อนใคร เพราะเราก็สามารถที่จะปรับแต่งได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการทำให้ระบบโดยรวม ของอินเทอร์เน็ตทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับเชื่อมต่อได้อีกด้วย จะง่ายขนาดไหนลองมาทำตาม 5 ขั้นตอนที่นำมาฝากกัน

1. Speed Up เร่งให้เร็วปรี๊ดเมื่อเล่นอินเทอร์เน็ต

ในขั้นตอนนี้ จะเป็นวิธีที่ใช่ให้เครื่อง และระบบที่เราใช้งานอยู่นั้น ไปจำกัดแบนด์วิทธ์ช่องทางรับส่งข้อมูล ซึ่งจะเป็นการแก้ไขตัวเลขพื้นฐาน ที่ไม่ส่งผลกระทบ ต่อระบบในการทำแต่อย่างใด วิธีการง่าย คือ ให้เราเข้าสู่ระบบด้วยล็อกอิน Administrator เสียก่อน

-เริ่มแรก ให้เรียกเมนู Start > Run ขึ้นมา จากนั้นให้พิมพ์คำว่า gpedit.msc ลงไปในช่องว่าง กด Enter ก็จะปรากฏหน้าต่าง Local Group Policy Editor ขึ้นมา

-จากนั้นให้กดเครื่องหมาย + หน้าหัวข้อ Administrative Template >> Network >> QoS Packet Scheduler

-ต่อมาให้ดูทางขวามือของหน้าต่าง ดับเบิ้ลคลิกที่ Limit Reservable Bandwith

-เมื่อหน้าต่าง Limit Reservable Bandwith ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกเลือกหัวข้อ Enable จากนั้นลงไปที่หัวข้อ Options ที่อยู่ด้านล่าง แล้วปรับค่า Bandwidth limit (%) เป็นศูนย์ จากนั้นกด OK

2. ปรับค่า Bps หรือ Bits Per Second ให้สูงขึ้น

ในขั้นตอนนี้จะเป็นการปรับค่าให้มีการ Receive Buffer ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น เริ่มด้วยเข้าไปที่ My Computer หรือ This PC จากนั้นคลิกขวา เลือก Properties แล้วคลิกเลือกแท็บ Hardware

-คลิกที่เครื่องหมาย + ที่อยู่หน้า Ports (COM & LPT) จากนั้นให้ดับเบิลคลิกพอร์ตที่ใช้ในการเชื่อมต่อโมเด็ม หรือเราเตอร์ ซึ่งโดยปกติจะเป็น COM2

-เมื่อมีหน้าต่าง Communictations Port Properties ปรากฏขึ้นมา ให้คลิกที่ Port Settings

-ให้ทำการตั้งค่า Bits Per Second จากเดิมที่เป็น 9600 เปลี่ยนเป็น 57600 หรือมากกว่านั้น แต่ถ้าจะให้ดีก็ไม่ควรที่จะตั้งไว้สูงจนเกินไป

-เมื่อตั้งค่าเสร็จเรียบร้อย ให้เลือก Flow Control ให้เป็น Hardware จากนั้นคลิกที่ Advance แล้วตั้งค่า Receive Buffer ให้สูงที่สุด

3. ลบไฟล์ใน Cache ในเครื่องให้หมดจด

ในขั้นนี้เป็นการลบข้อมูลขยะ รวมถึงบรรดา Cache File ต่างๆ ออกไปจากระบบ ซึ่งจะช่วยให้ระบบสามารถทำงานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น รวมถึงเว็บบราว์เซอร์ที่ใช้ในการทำงานด้วยเช่นกัน โดยขั้นนี้สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการ Disk Cleanup หรือการลบจาก Web Browser > Internet Option > Delete > Delete Browsing History

Start > Control Panel

เลือกไอคอน Internet Options

กดที่ Delete… ใต้ส่วนของ Browsing History

เลือก Delete (Delete Browsing History)

สล็อตออนไลน์ jokerteam

บทความที่น่าสนใจ :